วิธีจัดการงานแก้แบบโดยไม่ให้กระทบตารางงาน
งานแก้แบบและงานเพิ่มเติมเกิดขึ้นในทุกโครงการ กุญแจคือการบันทึก ประเมิน และให้มันเห็นได้บน Gantt ก่อนเริ่มงาน
งานแก้แบบและงานเพิ่มเติมในงานก่อสร้างคืออะไร
งานแก้แบบหรืองานเพิ่มเติมคือการเปลี่ยนแปลงใดๆ จากขอบเขตที่ตกลงกันไว้ตั้งแต่ต้น ไม่ว่าจะเพิ่ม ตัดออก หรือปรับเปลี่ยนในสิ่งที่ส่งผลต่อต้นทุนหรือเวลา ในงานก่อสร้าง SME ไทยมันมาตลอด เจ้าของอยากได้ครัวใหญ่ขึ้น สถาปนิกเจอจุดขัดแย้งในแบบ เจ้าหน้าที่ต้องการกันไฟที่ไม่ได้อยู่ในแบบ ไม่มีอะไรผิดปกติที่นี่ สิ่งที่แยกโครงการที่รับมือได้อย่างราบรื่นออกจากโครงการที่พัง คือการที่แต่ละการเปลี่ยนแปลงผ่านขั้นตอนที่บันทึกไว้หรือหายไปใน LINE ที่ทุกคนอ่านต่างกันสามเดือนต่อมาเมื่อถึงเวลาปิดบัญชี
ทำไมงานเพิ่มเติมทุกชิ้นถึงดูเล็กน้อยตอนขอมา
การเปลี่ยนแปลงขอบเขตงานแต่ละครั้งดูเล็กน้อยเสมอตอนมาถึง เพิ่มห้องน้ำอีกห้องก็แค่สี่วัน ต่อหลังคาคลุมรถออกไปสองเมตรก็แค่คอนกรีตและแผ่นหลังคาเพิ่มนิดหน่อย อันตรายอยู่ที่งานก่อสร้างมันเชื่อมต่อกันเป็นโซ่ การบวกสี่วันให้กับงาน B ดันวันเริ่มงานกันซึมออก ซึ่งดันงานปูกระเบื้อง ซึ่งเลื่อนการตรวจ MEP ทั้งหมดออกไป แต่ละการเปลี่ยนแปลงนั้นจริงแต่มองไม่เห็นเพราะดูทีละชิ้น เมื่อหลายอย่างสะสมกัน เท่านั้นถึงเห็นต้นทุนตารางงานจริง และถึงตอนนั้นก็สายเกินไปจะเจรจาใหม่โดยไม่แบกค่าใช้จ่ายเอง
ตัวอย่างจริง: งานบ้านคุณอมรห้าเดือน
ลองนึกถึงงานสร้างบ้านห้าเดือนแบบสมมติที่มูลค่าสัญญา 2.4 ล้านบาท ถึงเดือนสองเจ้าของขอเพิ่มสามรายการ พื้นกระเบื้องเซรามิกในห้องนอนใหญ่มูลค่า 22,000 บาท ศาลาในสวนที่เพิ่มงานโครงสร้างสิบวัน และจุดแอร์บนชั้นสองอีกหนึ่งตัว ไม่มีรายการไหนอยู่ในราคาสัญญาเดิม ศาลาดูตกลงง่ายแต่ดันผู้รับเหมาช่วงมุงหลังคาออกไปสิบสองวัน ทำให้งานกันน้ำและ MEP ชุดแรกทั้งหมดต้องรอตาม งานเสร็จช้าสี่สัปดาห์และผู้รับเหมาแบกค่าใช้จ่ายถือสัญญากับค่าแรงไปราว 55,000 บาท เพราะทุกรายการตกลงกันด้วยปากเปล่าโดยไม่ได้เช็กผลกระทบต่อตารางงาน
บันทึกทุกการเปลี่ยนแปลงก่อนลงมือทำงาน
นิสัยที่ได้ผลที่สุดในการควบคุมการเปลี่ยนแปลงขอบเขตคือเขียนมันลงไป ให้เจ้าของงานรับทราบ และประเมินผลกระทบต่อตารางงานก่อนเริ่มงานใดๆ บนหน้างาน ไม่จำเป็นต้องเป็นการแก้สัญญาอย่างเป็นทางการสำหรับงานเล็กน้อย ข้อความสั้นที่ส่งและยืนยันใน LINE หรือโน้ตบันทึกในระบบจัดการโครงการก็พอสร้างหลักฐานที่ทั้งสองฝ่ายชี้อ้างได้ บันทึกนั้นต้องมีอยู่ก่อนงานเริ่ม ไม่ใช่ถูกแต่งขึ้นจากความจำหลังจากยอดปิดงานกลายเป็นข้อพิพาทไปแล้ว
ประเมินผลกระทบต่อตารางงานจากงานที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างไร?
เปิด Gantt แล้วหางานที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการเปลี่ยนแปลง ดูว่าข้างล่างมีอะไรเชื่อมต่ออยู่ งานไหนเริ่มไม่ได้จนกว่างานที่เปลี่ยนจะเสร็จ? เพิ่มระยะเวลาที่ประมาณไว้ลงในแท่งนั้นแล้วอ่านวันจบใหม่ ใน Gantt planning ของ SiteBoard การยืดแท่งงานออกจะส่งผลกระทบต่อทุกงานที่ขึ้นอยู่กับมันอัตโนมัติ ทำให้เห็นผลกระทบทั้งหมดในไม่กี่วินาที ตัวเลขนั้นคือสิ่งที่คุณพาไปคุยกับเจ้าของงาน ไม่ใช่แค่ต้นทุนของงานที่เพิ่ม แต่ต้นทุนตารางงานจริงในหน่วยวันปฏิทิน
เปิด Gantt ให้เจ้าของงานดูก่อนตกลงรับงานเพิ่ม
การทำให้เจ้าของงานเห็นผลกระทบต่อตารางก่อนที่คุณจะตกลงกัน ทำให้บทสนทนาเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง เจ้าของงานที่ขอต่อศาลาในสัปดาห์ที่แปดมักไม่รู้ว่าหมายความว่าทีมก่อสร้างย้ายไปไซต์อื่นแล้วและต้องระดมพลใหม่ เมื่อคุณเปิด Gantt แล้วไล่ดูโซ่ความเชื่อมโยงด้วยกัน เจ้าของเห็นผลกระทบโดยตรง ไม่ใช่รับมันเป็นเซอร์ไพรส์หลายสัปดาห์ต่อมา การตกลงงานแก้แบบโดยทั้งสองฝ่ายมองตารางงานที่อัปเดตพร้อมกัน เปลี่ยนมันจากปัญหาของผู้รับเหมาให้กลายเป็นการตัดสินใจร่วม
แจ้งเจ้าของงานทันทีเมื่อตารางงานเปลี่ยน
ถ้าลิงก์ owner sharing เปิดอยู่ เจ้าของงานของคุณกำลังดูตารางอยู่แล้ว ทันทีที่งานเพิ่มเลื่อน milestone อัปเดต Gantt และเพิ่มโน้ตสั้นๆ ให้งานที่เกี่ยวข้องว่าเปลี่ยนอะไรและทำไม เจ้าของงานเห็นการปรับตั้งแต่วันนั้นแทนที่จะค้นพบหลายสัปดาห์ต่อมาว่าวันส่งมอบขยับออกไปอย่างเงียบๆ ผู้รับเหมาที่แจ้งผลกระทบต่อตารางจากการเปลี่ยนแปลงที่เจ้าของขอเองตั้งแต่วันที่ตกลงกันดูน่าเชื่อถือ ส่วนผู้รับเหมาที่ปล่อยตารางเลื่อนโดยไม่อธิบายจะเสียความเชื่อใจ แม้ว่าความล่าช้านั้นมาจากการตัดสินใจของเจ้าของงานเอง
สร้างทะเบียนงานเปลี่ยนแปลง อย่าพึ่งแค่แชท LINE
ทะเบียนงานเปลี่ยนแปลงคือรายการต่อเนื่องของทุกการเปลี่ยนแปลงขอบเขต วันที่ตกลง สิ่งที่เพิ่มหรือตัดออก การปรับราคา และผลกระทบต่อตารางงานในหน่วยวัน ไม่จำเป็นต้องซับซ้อน โน้ตสั้นต่อการเปลี่ยนแปลงแต่ละรายการก็พอ ถ้าไม่มีมัน บันทึกก็คือกระทู้ LINE ที่เลื่อนหายไปและสร้างใหม่ไม่ได้ มีมันแล้ว บทสนทนาเรื่องยอดปิดงานใช้เวลาไม่กี่นาทีแทนที่จะเป็นสัปดาห์ เพราะทั้งสองฝ่ายตกลงผลกระทบเป็นลายลักษณ์อักษรมาตลอด ผู้รับเหมาที่ทำทะเบียนนี้มีข้อพิพาทน้อยกว่าและเก็บเงินงวดสุดท้ายได้เร็วกว่า
ถ้าเจ้าของงานขอแก้แบบทีละนิดตลอดเวลาจนรู้สึกเล็กเกินจะบันทึก ทำอย่างไร?
นี่คือรูปแบบที่พบบ่อยที่สุดของการขยายขอบเขตงานแบบค่อยเป็นค่อยไป ทางแก้คือใช้กฎบันทึกเดิมไม่ว่าจะเล็กแค่ไหน ถ้างานเปลี่ยนแปลงนั้นเพิ่มแรงงานมากกว่าครึ่งวันหรือมีต้นทุนวัสดุ มันต้องมีบันทึก ตั้งความคาดหวังนี้กับเจ้าของงานตั้งแต่ต้นโครงการในฐานะวิธีที่คุณทำงาน ไม่ใช่การตอบสนองต่อข้อพิพาท เจ้าของงานส่วนใหญ่ยอมรับกระบวนการเมื่อเข้าใจว่ามันปกป้องพวกเขาด้วย บันทึกที่ชัดเจนหมายความว่าไม่มีเซอร์ไพรส์ในยอดปิดงาน ซึ่งเกือบทุกคนเห็นด้วยว่าดีกว่า
งานลดขอบเขตช่วยดึงเวลาที่เสียไปกลับคืนได้ไหม?
ได้ เมื่อโครงการล่าช้าอยู่แล้ว หนึ่งในทางออกที่เร็วที่สุดคือตกลงกับเจ้าของงานเพื่อเลื่อนหรือตัดงานที่อยู่บน critical path ออก เช่น เลื่อนงานตกแต่งห้องเก็บของออกไปหลังส่งมอบ สามารถปลดปล่อยทีมและวันทำงานไปโฟกัสกับงานสำคัญแทน กำหนดมันเป็นการแบ่งเฟส งานที่เลื่อนไปจัดการแยกหลังส่งมอบภายใต้สัญญาเล็กๆ แยกต่างหาก และบันทึกการลดขอบเขตนี้ด้วยวิธีเดียวกับที่บันทึกการเพิ่ม การลดขอบเขตอย่างตั้งใจคือเครื่องมือฟื้นคืนงานของมืออาชีพ ไม่ใช่สัญญาณของความล้มเหลว
งานแก้แบบกระทบตารางการจ่ายเงินด้วยไหม?
ควรกระทบ แต่มักไม่เกิดขึ้นถ้าผู้รับเหมาไม่พูดถึง การเพิ่มงานที่เลื่อนวันจบออกไปสองสัปดาห์ก็เลื่อนเงินงวดสุดท้ายออกไปสองสัปดาห์ด้วย ถ้าสัญญาผูกการจ่ายกับขั้นตอนงาน งานเพิ่มที่ทำให้ขั้นตอนช้าควรนำไปสู่การจ่ายชั่วคราวก่อนหรือการปรับวัน milestone ที่ทั้งสองฝ่ายตกลงกัน ใน Gantt planning ของ SiteBoard อัปเดต milestone ไปพร้อมกับแท่งงานทุกครั้งที่บันทึกงานที่เปลี่ยนแปลง เจ้าของงานจะเห็นเวลาการจ่ายที่ปรับใหม่บนหน้าแชร์เดียวกับที่ดูความคืบหน้างาน
พาโครงการหน้าให้เสร็จตามแผน
เริ่มใช้ฟรีวันนี้ ไม่ต้องใช้บัตร ไม่ผูกมัด เพิ่มทีมเมื่อพร้อม